ข้ามไปเนื้อหา

บัญชีของฉัน

ข้อมูลที่พิมพ์บนเอกสาร ข้อมูลแพทย์ ตารางรับนัด และความปลอดภัยของบัญชี — ทุกคนควรทำก่อนเริ่มใช้งาน

7 ขั้นตอน~15 นาทีclinic.app-apsx.com
สารบัญ

ทุกอย่างในคู่มือนี้อยู่ที่หน้าข้อมูลส่วนตัว (เมนูผู้ใช้มุมขวาบน › ข้อมูลส่วนตัว) เป็นข้อมูลของคุณเองไม่ใช่ของร้าน — ใช้ร่วมทุกร้านที่คุณอยู่ ส่วนที่ 1 ทุกคนทำ ส่วนข้อมูลแพทย์และตารางรับนัดสำหรับแพทย์/ผู้ให้บริการ · ส่วนที่ 2 ป้องกันบัญชีถูกใช้แทน

1

ข้อมูลของฉัน

ชื่อและข้อมูลที่ขึ้นบนใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และนัดหมาย

ขั้นที่ 1.1

รูป ชื่อ และข้อมูลติดต่อ

ชื่อไทย/อังกฤษ · ที่อยู่ · รูปโปรไฟล์

รูป ชื่อ และข้อมูลติดต่อ

รูป ชื่อ และข้อมูลติดต่อ

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

ชื่อของคุณขึ้นในใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ คิว และนัดหมาย ชื่อภาษาอังกฤษใช้ในเอกสารภาษาอังกฤษ ถ้าเว้นไว้เอกสารจะขึ้นชื่อไม่ครบ

ทำอย่างไร

  1. 1เมนูผู้ใช้มุมขวาบน › ข้อมูลส่วนตัว แล้วกด ตั้งค่าโพรไฟล์ ที่เมนูซ้าย
  2. 2กดไอคอนกล้องที่มุมรูปบนหัวหน้า เพื่อเลือก รูปโปรไฟล์ ใหม่ (JPG, PNG หรือ GIF ไม่เกิน 5MB)
  3. 3ส่วน ข้อมูลติดต่อ ช่อง ชื่อ-นามสกุล: ชื่อภาษาไทยที่จะขึ้นบนใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และนัดหมาย
  4. 4ช่อง ชื่อ-นามสกุล (EN): ชื่อภาษาอังกฤษสำหรับเอกสารภาษาอังกฤษ — เว้นไว้เอกสารอังกฤษจะไม่มีชื่อ
  5. 5ส่วน ที่อยู่ (ชุด ภาษาไทย): กรอก ที่อยู่ แล้ว ตำบล/แขวง · อำเภอ/เขต · จังหวัด · รหัสไปรษณีย์
  6. 6กดแท็บ English ที่หัวการ์ดที่อยู่ แล้วกรอกที่อยู่ชุดภาษาอังกฤษ (ใช้ในเอกสารภาษาอังกฤษ)
  7. 7กด บันทึก ที่แถบล่าง — แถบบอกว่าแก้ไปกี่ส่วนหน้าต่างยืนยันการอัปเดตโปรไฟล์
  8. 8ตรวจรายการ เปลี่ยนแล้ว (ค่าเดิม → ค่าใหม่) แล้วกด ยืนยัน

เคล็ดลับ

  • ช่องที่แก้แล้วยังไม่บันทึกจะมีป้าย แก้ไขแล้ว กด ยกเลิกการแก้ไข เพื่อคืนค่าเดิม
  • ช่อง โทร และ Email แสดงอย่างเดียว แก้ในหน้านี้ไม่ได้

ถือว่าเสร็จเมื่อ: ชื่อไทย/อังกฤษและรูปถูกต้อง

ขั้นที่ 1.2ไม่บังคับ

ข้อมูลแพทย์และใบอนุญาต

แพทย์/ผู้ให้บริการ · เลขใบอนุญาต · สภาวิชาชีพ

ข้อมูลแพทย์และใบอนุญาต

ข้อมูลแพทย์และใบอนุญาต

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

เลขใบอนุญาตพิมพ์บนใบรับรองแพทย์และเอกสารการรักษา สภาวิชาชีพและประเภทผู้ให้บริการใช้ในการส่งข้อมูลเบิกจ่าย ถ้าไม่ใช่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ข้ามขั้นนี้ได้

ทำอย่างไร

  1. 1เลขใบอนุญาตอยู่ที่แท็บโปรไฟล์ — กด ตั้งค่าโพรไฟล์ ที่เมนูซ้าย
  2. 2ส่วน ข้อมูลใบอนุญาต ช่อง เลขที่ใบอนุญาต: พิมพ์เลขตามใบประกอบวิชาชีพ (พิมพ์บนใบรับรองแพทย์)
  3. 3ร้านที่เปิดเบิก สกส. จะมีช่อง คำนำหน้าใบประกอบวิชาชีพ (สกส.) — เลือก ว แพทย์ · ท ทันตแพทย์ · พ พยาบาล · ภ เภสัชกร แล้วดู ตัวอย่างในแฟ้มเบิก (เช่น ว12345) · ไม่มีช่องนี้กด ถัดไป
  4. 4ช่อง เลขบัตรประชาชน: เลขบัตร 13 หลักของคุณเอง
  5. 5กด ข้อมูลแพทย์ ที่เมนูซ้าย
  6. 6ส่วน สภาวิชาชีพ: กดเลือกสภาที่คุณสังกัด (เช่น แพทยสภา) — เลือกได้มากกว่า 1 · มุมขวาบอกจำนวนที่เลือก
  7. 7ส่วน ประเภทผู้ให้บริการ: กดเลือกประเภทของคุณ (เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ)
  8. 8กด บันทึก ที่แถบล่างหน้าต่างยืนยันการอัปเดตโปรไฟล์
  9. 9ตรวจรายการที่เปลี่ยน (รวมเลขใบอนุญาตที่กรอกในแท็บโปรไฟล์) แล้วกด ยืนยัน

เคล็ดลับ

  • ข้อมูลใบอนุญาตกับข้อมูลแพทย์บันทึกพร้อมกันได้ แต่ถ้ากด ยกเลิก ในแท็บข้อมูลแพทย์ ช่องที่ยังไม่บันทึกทุกแท็บจะคืนค่าเดิม

ถือว่าเสร็จเมื่อ: เลขใบอนุญาตขึ้นถูกต้องบนใบรับรองแพทย์

ขั้นที่ 1.3ไม่บังคับ

ตารางเวลารับนัด

แพทย์/ผู้ให้บริการ · วันและเวลาที่รับนัด · วันหยุดเฉพาะวัน

ตารางเวลารับนัด

ตารางเวลารับนัด

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

ระบบนัดหมายให้จองคุณได้เฉพาะวันและเวลาที่เปิดไว้ ลดนัดชนกับวันที่ไม่อยู่ ตั้งครั้งเดียวแล้วแก้เฉพาะวันพิเศษ

ทำอย่างไร

  1. 1กด ตารางเวลารับนัด ที่เมนูซ้าย · ถ้ามีกล่องเลือกแพทย์ที่หัวการ์ด ค่าเริ่มต้นคือ ตัวเอง
  2. 2รูปแบบการรับนัด: เลือก แพทย์ประจำ (รับนัดตามเวลาเปิดร้านทุกวันที่ร้านเปิด) หรือ แพทย์พาร์ทไทม์ (รับนัดเฉพาะวันที่เปิดสวิตช์)
  3. 3ตารางประจำสัปดาห์: เปิดสวิตช์หน้าชื่อวันที่ใช้เวลาของตัวเอง (เช่น จันทร์) แล้วตั้งเวลาเริ่ม–สิ้นสุด · วันที่ร้านปิดเปิดสวิตช์ไม่ได้
  4. 4วันเดียวทำงานหลายช่วง (เช่น เช้า–บ่าย) กด + เพิ่มช่วง
  5. 5ทุกวันใช้เวลาเดียวกัน กด ใช้กับทุกวัน ที่แถววันแรก — คัดลอกไปทุกวันที่ร้านเปิด
  6. 6ส่วน การแสดงผล ด้านล่าง: เปิดสวิตช์ ไม่แสดงชื่อในคิว / ไม่แสดงชื่อในนัดหมาย ถ้าคุณไม่ตรวจ (เช่น ผู้บริหาร) · ไม่ใช่ก็ปล่อยไว้
  7. 7กด บันทึก ใต้ตารางประจำสัปดาห์ — ปุ่มกดได้เมื่อมีการแก้ (ขึ้น ตารางประจำสัปดาห์ยังไม่ได้บันทึก)
  8. 8ปฏิทินรับนัด: คลิกวันที่ต้องการหยุดหรือตั้งเวลาเฉพาะวันหน้าต่างตั้งค่ารายวัน
  9. 9เลือก หยุดทั้งวัน · หยุดบางช่วง (พักเที่ยง/ประชุม) · มาแทนตาราง (ใช้ช่วงนี้แทนเวลาปกติ) หรือ มาเพิ่ม แล้วตั้งช่วงเวลา · ดู ผลลัพธ์
  10. 10กดปุ่มสีมุมขวาล่าง (ชื่อตามที่เลือก เช่น หยุดทั้งวัน / หยุดช่วง 12:00-13:00) — บันทึกทันที

เคล็ดลับ

  • เวลาที่ตั้งนอกเวลาเปิดร้านจะถูกตัดให้อยู่ในเวลาร้าน · ช่วงนัดละกี่นาทีดูได้ที่ป้าย ช่วงละ … นาที
  • การแสดงผล มีผลทุกร้านที่คุณอยู่ · คิว/นัดที่ลงไว้แล้วยังแสดงชื่อเดิม
  • วันที่ตั้งไว้แล้ว คลิกวันนั้นอีกครั้ง แล้วกด ลบ ในรายการ ที่ตั้งไว้แล้วในวันนี้ เพื่อกลับไปใช้ตารางปกติ

ถือว่าเสร็จเมื่อ: ตารางรับนัดตรงกับวันที่เข้าทำงานจริง

2

ความปลอดภัยของบัญชี

บัญชีเข้าถึงข้อมูลคนไข้ได้ ป้องกันไว้ก่อนเสมอ

ขั้นที่ 2.1

ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย

อย่างน้อย 8 ตัว · ตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก · ตัวเลข · อักขระพิเศษ

ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย

ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

รหัสผ่านที่ได้รับจากผู้เชิญ หรือรหัสที่ใช้ซ้ำกับเว็บอื่น เสี่ยงถูกนำไปใช้ ควรเปลี่ยนเป็นของตัวเองตั้งแต่วันแรก

ทำอย่างไร

  1. 1กด ตั้งค่ารหัสผ่าน ที่เมนูซ้าย
  2. 2ช่อง รหัสผ่านปัจจุบัน: รหัสที่ใช้เข้าสู่ระบบอยู่ (กดรูปตาเพื่อดูสิ่งที่พิมพ์)
  3. 3ช่อง รหัสผ่านใหม่: แถบใต้ช่องบอกระดับ (อ่อน → ปลอดภัยมาก) และติ๊กเงื่อนไขที่ผ่าน — 8 ตัวขึ้นไป · พิมพ์ใหญ่/เล็ก · ตัวเลข · อักขระพิเศษ
  4. 4ช่อง ยืนยันรหัสผ่าน: พิมพ์รหัสใหม่ซ้ำ — ไม่ตรงกันจะขึ้นเตือนใต้ช่อง
  5. 5กด เปลี่ยนรหัสผ่านหน้าต่างยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่าน
  6. 6กด ยืนยัน — จากนั้นต้องเข้าสู่ระบบใหม่ด้วยรหัสผ่านใหม่

เคล็ดลับ

  • เปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว ทุกเครื่องที่เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีนี้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่ รวมเครื่องที่ใช้อยู่
  • อย่าใช้รหัสผ่านซ้ำกับบัญชีอื่น และหลีกเลี่ยงข้อมูลที่เดาง่าย (วันเกิด เบอร์โทร)

ถือว่าเสร็จเมื่อ: ใช้รหัสผ่านของตัวเองที่ระดับ "ค่อนข้างปลอดภัย" ขึ้นไป

ขั้นที่ 2.2

เปิดยืนยันตัวตน 2 ชั้น

Google Authenticator / Authy หรือ Passkey

เปิดยืนยันตัวตน 2 ชั้น

เปิดยืนยันตัวตน 2 ชั้น

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

ถ้ารหัสผ่านรั่ว คนอื่นก็ยังเข้าบัญชีไม่ได้ เพราะต้องมีรหัสจากมือถือหรือเครื่องของคุณด้วย — แนะนำทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของร้านและผู้ที่ดูข้อมูลการเงิน

ทำอย่างไร

  1. 1ติดตั้งแอป Google Authenticator หรือ Authy บนมือถือ
  2. 2กด 2FA (Google) ที่เมนูซ้าย (ป้ายข้างชื่อบอก เปิด/ปิด)
  3. 3เปิดสวิตช์ที่แถบสถานะ 2FA ยังไม่ได้เปิดใช้งานหน้าต่างเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication
  4. 4ช่อง รหัสผ่าน: พิมพ์รหัสผ่านเข้าสู่ระบบเพื่อยืนยันตัวตน
  5. 5กด ยืนยัน — หน้าต่างเปลี่ยนเป็น ยืนยันรหัส OTP พร้อม QR Code
  6. 6เปิดแอป Authenticator บนมือถือ กดเพิ่มบัญชี แล้วสแกน QR Code ในหน้าต่าง
  7. 7ช่อง รหัส OTP 6 หลัก: พิมพ์รหัสที่แอปแสดง (เปลี่ยนทุก 30 วินาที)
  8. 8กด ยืนยัน OTP — หัวหน้าเปลี่ยนเป็น 2FA เปิดอยู่
  9. 9ทางเลือก/เพิ่มเติม: กด Passkey ที่เมนูซ้าย เพื่อใช้ลายนิ้วมือ/Face ID ของเครื่องแทนรหัส 6 หลัก
  10. 10ช่อง ชื่ออุปกรณ์ที่จะลงทะเบียน: ตั้งชื่อเครื่อง (เช่น MacBook ที่คลินิก) — ต้องกรอกก่อนลงทะเบียน
  11. 11กด ลงทะเบียน แล้วยืนยันด้วยลายนิ้วมือ/Face ID/PIN ในหน้าต่างของเบราว์เซอร์ — เครื่องจะขึ้นใน เครื่องที่ลงทะเบียน

เคล็ดลับ

  • เก็บ QR Code หรือ Secret Key ไว้ที่ปลอดภัย ใช้ตอนเปลี่ยนมือถือหรือมือถือหาย
  • ปุ่มบนหัวหน้าข้อมูลส่วนตัวบอกสถานะ 2FA เปิดอยู่ / 2FA ยังไม่เปิด กดแล้วไปแท็บ 2FA
  • ปิด 2FA ต้องใช้ทั้งรหัสผ่านและรหัส 6 หลักจากแอป · ลบ passkey ตัวสุดท้ายแล้ว บัญชีจะกลับไปใช้รหัสผ่านชั้นเดียว

ถือว่าเสร็จเมื่อ: หัวหน้าข้อมูลส่วนตัวขึ้น "2FA เปิดอยู่" หรือมี passkey อย่างน้อย 1 เครื่อง

ขั้นที่ 2.3

ตรวจอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ

เห็นทุกเครื่องที่ใช้บัญชีนี้ · บังคับออกได้

ตรวจอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ

ตรวจอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

ลืมออกจากระบบที่เครื่องหน้าร้าน หรือเครื่องหาย สามารถบังคับเครื่องนั้นออกจากที่นี่ได้ทันที

ทำอย่างไร

  1. 1กด อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ ที่เมนูซ้าย
  2. 2ส่วน กำลังใช้งาน: ดูอุปกรณ์ เว็บ เวลาเข้าสู่ระบบ และ ใช้งานล่าสุด ของแต่ละเครื่อง — เครื่องที่ใช้อยู่มีป้าย เครื่องนี้
  3. 3เครื่องที่ไม่รู้จักหรือไม่ใช้แล้ว กด บังคับออก ที่แถวนั้นหน้าต่างบังคับอุปกรณ์นี้ออก?
  4. 4กด บังคับออก ในหน้าต่างยืนยัน — เครื่องนั้นต้องเข้าสู่ระบบใหม่ทันที
  5. 5สงสัยว่ารหัสผ่านรั่ว กด บังคับออกทุกอุปกรณ์อื่น (n) ที่หัวการ์ด แล้วกด บังคับออกทั้งหมด — เครื่องนี้ยังใช้ต่อได้หน้าต่างบังคับออกทุกอุปกรณ์อื่น?
  6. 6จากนั้นเปลี่ยนรหัสผ่านต่อทันที (ขั้น ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย)

เคล็ดลับ

  • ประวัติการเข้าสู่ระบบล่าสุด ด้านล่างใช้ตรวจว่ามีการเข้าจากที่ที่ไม่คุ้นหรือไม่

ถือว่าเสร็จเมื่อ: รายการเหลือเฉพาะเครื่องที่คุณใช้จริง

3

การเชื่อมต่อ

เฉพาะร้านที่ใช้ระบบบัญชี PEAK

ขั้นที่ 3.1ไม่บังคับ

PEAK User Token ของคุณ

ให้เอกสารใน PEAK แสดงชื่อคุณเป็นผู้ออก/ผู้อนุมัติ

PEAK User Token ของคุณ

PEAK User Token ของคุณ

1หมายเลขในภาพตรงกับข้อในขั้นตอน · กดภาพเพื่อขยาย

ทำไมต้องทำ

ปกติเอกสารที่ส่งเข้า PEAK ใช้ User Token ของร้าน (เจ้าของร้านตั้ง ใช้ร่วมทั้งร้าน) ถ้าฝ่ายบัญชีต้องการรู้ว่าใครออกเอกสาร ให้แต่ละคนใส่ User Token ของตัวเอง

ทำอย่างไร

  1. 1ใน PEAK: คัดลอก User Token ของบัญชีผู้ใช้คุณ
  2. 2กด PEAK ที่เมนูซ้าย (กลุ่ม การเชื่อมต่อ ขึ้นเฉพาะร้านที่เชื่อม PEAK แล้ว)
  3. 3ส่วน ส่งเอกสารเข้า PEAK ด้วย: ดูว่าตอนนี้ใช้ ใช้ User Token ของร้าน หรือ ใช้ User Token ของคุณ
  4. 4ช่อง User Token (จาก PEAK): วาง Token ที่คัดลอกมา (กดรูปตาเพื่อดู)
  5. 5กด ทดสอบและบันทึก (มี Token อยู่แล้วปุ่มเป็น ทดสอบและเปลี่ยน) — ระบบทดสอบกับ PEAK ก่อนบันทึกทุกครั้ง ผ่านแล้วขึ้น ✓ ทดสอบผ่าน

เคล็ดลับ

  • เมนู PEAK ขึ้นเฉพาะร้านที่เชื่อม PEAK แล้ว
  • กด ลบ (กลับไปใช้ User Token ของร้าน) แล้วกด ลบ ในหน้าต่างยืนยัน เพื่อกลับไปใช้ Token ของร้าน

ถือว่าเสร็จเมื่อ: ขึ้น "ใช้ User Token ของคุณ" และทดสอบผ่าน

ดูคู่มือทั้งหมด